Get Adobe Flash player

กรรมฐานมี ๒ อย่าง

กรรมฐานมี ๒ อย่าง คือ

   ๑)  สัพพัตถกกรรมฐาน
   ๒)  ปาริหาริยกรรมฐาน

      กรรมฐาน คือ เมตตาที่แผ่ไปในประชาชนต่าง ๆ มีหมู่สงฆ์เป็นต้น หรือมรณสติ ชื่อว่า สัพพัตกกรรมฐาน บางพวก
กล่าวว่า อสุภสัญญา ก็เป็นสัพพัตกกรรมฐาน ความจริงขั้นแรก ภิกษุผู้บำเพ็ญเมตตากรรมฐานกำหนดเอาหมู่ภิกษุแล้ว เจริญเมตตาไปในหมู่ภิกษุที่อยู่ในวัดเดียวกัน

     “ขอภิกษุทั้งหลายที่อยู่ในวัดนี้จงเป็นผู้มีความสุข อย่าเบียดเบียนกัน” ต่อจากนั้นพึงเจริญเมตตาไปในหมู่เทวดาผู้อยู่ในวัดนั้น แล้วจึงเจริญเมตตาไปในหมู่โคจรคาม แล้วจึงเจริญเมตตาไปแก่ชาวบ้านในโคจรคามตลอดถึงสัตว์ดิรัจฉานทั้งปวง เมตตาจิตที่เจริญไปในหมู่ภิกษุ ย่อมทำให้ภิกษุผู้อยู่ร่วมกันมีจิตอ่อนโยน เมื่อเป็นเช่นนั้น ภิกษุเหล่านั้นก็อยู่ร่วมกันเป็นสุข

      เพราะเมตตาที่เจริญไปในหมู่เทวดาผู้อยู่ในวัดนั้น จึงเป็นผู้ที่เทวดามีจิตเมตตาจัดการรักษาอย่างดี โดยการรักษาที่เป็นธรรม

      เพราะเมตตาที่เจริญไปแก่ชนในโคจรคาม ท่านจึงเป็นผู้ที่อิสรชนทั้งหลาย ผู้ได้รับเมตตาจิตนั้นรักษากันอย่างดี โดยการรักษาที่เป็นธรรม

      เพราะเมตตาจิตที่เจริญไปในคนทั้งหลายในโคจรคามนั้น ท่านจิงเป็นผู้ที่คนเคยรับจิตเมตตานั้น ทำให้เลื่อมใสแล้วไม่รังแก ไปไหนได้ตามสบาย

      เพราะเมตตาจิตที่เจริญไปในสัตว์ดิรัจฉานทั้งปวง ท่านจึงเป็นผู้เที่ยวไปไม่ถูกขัดขวาง

      เพราะมรณสติ ซึ่งคิดอยู่ว่า อวสฺสํ มยา มริตพฺพํ (เราต้องตายแน่แท้) จึงละประพฤติกรรมชั่วเสียได้ มีความสังเวชเพิ่มขึ้น มีความประพฤติไม่ย่อหย่อนสัมมาปฏิบัติ

      เมื่อท่านมีจิตได้สั่งสมอบรมในอสุภสัญญาอารมณ์ที่เป็นทิพย์ ย่อมจะไม่ยึดจิตของเธอให้อยากได้กรรมฐาน ๓ มีเมตตา เป็นต้น เรียกว่า สัพพัตกกรรมฐาน เพราะเป็นกรรมฐานที่ต้องการ เป็นที่ปรารถนาในภาวานานุโยคทั้งปวง เพราะ

      ๑)  เป็นกรรมฐานที่มีอุปการะมาก

      ๒)  เป็นที่ต้องแห่งการงานอย่างต่อเนื่อง และเป็นโยคภาวนาที่ประสงค์

      ส่วนกรรมฐาน ๔๐ แต่ละข้อ ย่อมควรแก่จริตแห่งอนุกูลภิกษุใด เรียกว่า ปาริหาริยกรรมฐาน เพราะเป็นกรรมฐานที่ต้องใช้เป็นนิจ และเป็นปทัฏฐานแห่งการภาวานาเบื้องสูงด้วย ผู้ให้กรรมฐานทั้ง ๒ อย่าง ดังกล่าวมานี้ชื่อว่า กรรมฐานทายกะ คือผู้ให้กรรมฐานพระโยคาวจร พึงเข้าไปพบผู้ให้กรรมฐานนั้น

กัลยาณมิตร

      คำว่า กัลยาณมิตร คือผู้เป็นมิตรที่ดี ผู้ตั้งตนอยู่ในฝ่ายเจริญแสวงหาประโยชน์เกื้อกูลผู้อื่นฝ่ายเดียว ประกอบด้วยคุณอย่างนี้ คือ

          ๑)  น่ารัก

          ๒)  น่าเคารพ

          ๓)  น่ายกย่อง

         ๔)  เป็นผู้ว่ากล่าวคนอื่นได้

         ๕)  เป็นผู้ยอมให้คนอื่นว่ากล่าว

         ๖)  แต่งธรรมกถาลึกซึ้ง

        ๗)  ไม่ชักชวนผู้อื่นในที่ไม่ควร

      พระพุทธพจน์ที่ตรัสว่า “สัตว์ทั้งหลายผู้เกิดมาแล้ว หากอาศัยเป็นกัลยาณมิตร ย่อมพ้นจากการเกิดได้นั้น” หมายความว่า พระพุทธเจ้าองค์เดียวเป็นกัลยาณมิตรที่พร้อมทุกอย่าง ดังนั้นเมื่อพระองค์มีพระชนม์อยู่กรรมฐานที่รับเอาจากพระองค์นั้นเป็นการดีที่สุด แต่เมื่อเสด็จปรินิพพานแล้ว

      หากพระมหาสาวกองค์ใดยังมีชิวิตอยู่ การรับเอากรรมฐานจากท่านก็สมควร แม่พระมหาสาวกไม่มี หากใครจะรับกรรมฐานบทใดก็ถือเอาจากพระขีณาสพผู้ทำจตุตถฌาน หรือปัญจกฌานให้เกิด เพราะกรรมฐานบทเดียวกับที่ตนใคร่จะรับนั้นจึงเจริญวิปัสสนา ซึ่งมีฌานเป็นกรรมฐานจนได้บรรลุอาสวักขัย

      ถามว่า: พระขีณาสพได้ประกาศตนว่าตัวท่านเป็นพระขีณาสพหรือ

      ตอบว่า: อย่าได้พูดเช่นนั้นเลย เพราะว่าพระขีณาสพองค์หนึ่งรู้การที่ภิกษุรูปหนึ่งเป็นผู้ทำจริงแล้วก็ประกาศตนให้ปรากฏ เช่น พระอัสสคุตตเถระ รู้ว่ากรรมฐานที่ภิกษุนี้เริ่มแล้ว ทำจริงแล้ว จึงเหาะขึ้นไปนั่งที่อาสนะหนังสัตว์ในอากาศแล้ว บอกกรรมฐาน

      ถ้าพระโยคาวจรได้พระขีณาสพเป็นผู้ให้กรรมฐานก็เป็นการดี ถ้าไม่ได้พึงรับเอากรรมฐานจากพระอนาคามี พระสกิทาคามี พระโสดาบัน หรือปุถุชนผู้ได้ฌาน ผู้ทรงไตรปิฎก ทรงสองปิฎก ผู้ทรงปิฎกเดียว ตามลำดับ หากผู้ทรงปิฎกเดียวไม่มี ภิกษุใดชำนาญพระสูตรเพียงนิกาย ๑ หรือทั้งอรรถกถา และเป็นผู้ควรเคารพด้วย ก็ถึงรับเอาจากภิกษุนั้น ภิกษุเช่นนี้เป็นผู้ทรงแบบแผน รักษาวงศ์ รักษาประเพณี เป็นผู้ถือตามจาริยมัติเป็นสำคัญ ไม่ถืออัตโนมัติ พระเถระปางก่อนได้กล่าวย้ำไว้ว่า “ภิกษุมีศีลจักรักษาพระพุทธศาสนาไว้ต่อไป

 

(คัดจาก คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน)

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

สถิติผู้เยี่ยมชม

003180193
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
2101
1805
18185
20547
42075
81875
3180193

Forecast Today
2832

10.89%
29.71%
3.67%
2.43%
0.02%
53.28%
Online (15 minutes ago):29

Your IP:34.228.30.69

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 191 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.