วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๐๖)

กฎมหาเถรสมาคม (๑)

ฉบับที่ ๑  (พ.ศ. ๒๕๐๖)

ว่าด้วยระเบียบการประชุมมหาเถรสมาคม

———————–

        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มหาเถรสมาคมตรากฎมหาเถรสมาคมไว้ ดังต่อไปนี้

         ข้อ ๑ กฎมหาเถรสมาคมนี้ เรียกว่า “กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๐๖) ว่าด้วยระเบียบการประชุมมหาเถรสมาคม”

         ข้อ ๒ กฎมหาเถรสมาคมนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์เป็นต้นไป

หมวด ๑
บททั่วไป

         ข้อ ๓ การประชุมมหาเถรสมาคม มี ๒ อย่าง

              (๑) การประชุมปรกติ

              (๒) การประชุมพิเศษ

         ข้อ ๔ การนัดประชุมมหาเถรสมาคม ต้องออกหนังสือนัดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒ วัน หากเป็นการด่วน จะนัดเร็วกว่านี้ หรือนัดโดยวิธีอื่นก็ได้

         ข้อ ๕ การนัดประชุมมหาเถรสมาคม ให้ส่งระเบียบวาระการประชุมด้วย เว้นแต่เป็นการด่วน

         ข้อ ๖ การตั้งระเบียบวาระการประชุม โดยปรกติให้ตั้งตามลำดับ  ดังนี้

              (๑) รับรองรายงานการประชุม

              (๒) เรื่องด่วน

              (๓) เรื่องอื่น ฯ

         ข้อ ๗ เมื่อประธานมีเรื่องที่จะแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ก่อนเริ่มปรึกษาตามระเบียบวาระ ก็ให้แจ้งต่อที่ประชุม แล้วดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ เว้นแต่ที่ประชุมจะตกลงเป็นอย่างอื่นในคราวนั้น

         ข้อ ๘ ในการประชุมมหาเถรสมาคม ที่ประชุมอาจตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อกระทำกิจการใด ๆ อันเกี่ยวกับกิจการคณะสงฆ์เป็นการประจำ หรือชั่วคราว หรือเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้

         ในการเลือกตั้งคณะอนุกรรมการตามความในวรรคต้นให้เลือกกรรมการมหาเถรสมาคมรูปใดรูปหนึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการ โดยตำแหน่ง อนุกรรมการนอกจากนี้ จะเลือกจากกรรมการมหาเถรสมาคม หรือผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้ และให้คณะอนุกรรมการเลือกกันเองเป็นเลขานุการ ถ้าเห็นสมควร จะเลือกกันเองเป็นรองประธานหรือผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

         ให้คณะอนุกรรมการตามความในวรรคต้น มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคม

         ข้อ ๙ ในการประชุมมหาเถรสมาคม ให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมทำรายงานการประชุม  และเมื่อที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม หรือกรรมการมหาเถรสมาคมที่ได้เข้าประชุมในครั้งนั้นทุกรูปได้รับรองแล้ว ให้ประธานกรรมการมหาเถรสมาคมลงนามไว้เป็นสำคัญ

         ข้อ ๑๐ เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการประชุมมหาเถรสมาคม ซึ่งมิได้กำหนดไว้ใน กฎมหาเถรสมาคมนี้  ให้ปฏิบัติตามมติของที่ประชุมมหาเถรสมาคม

หมวด ๒
การประชุม

         ข้อ ๑๑ การประชุมปรกติ ได้แก่การประชุมตามวาระที่มหาเถรสมาคมกำหนดไว้เป็นการประจำ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของมหาเถรสมาคม

         ข้อ ๑๒ การประชุมพิเศษ ได้แก่การประชุมนอกจากวาระที่ได้กำหนดไว้เป็นการประจำ เพื่อพิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามอำนาจหน้าที่

         ข้อ ๑๓ ร่างกฎมหาเถรสมาคม ร่างข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งมหาเถรสมาคมให้มีบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบด้วย

         ให้เลขาธิการมหาเถรสมาคม ส่งร่างกฎมหาเถรสมาคม ร่างข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งมหาเถรสมาคม แก่กรรมการมหาเถรสมาคม ล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วัน ก่อนวันประชุม เว้นแต่เป็นการด่วน

         ข้อ ๑๔ ที่ประชุมจะต้องพิจารณาร่างกฎมหาเถรสมาคม ร่างข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งมหาเถรสมาคมเป็น ๓ วาระ หรือจะพิจารณารวดเดียว ๓ วาระก็ได้

         ในการพิจารณาเป็น ๓ วาระนั้น ให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมส่งร่างนั้นไปให้คณะอนุกรรมการพิจารณาโดยละเอียด ภายในเวลาซึ่งที่ประชุมกำหนด เว้นแต่ที่ประชุมจะตกลงเป็นอย่างอื่น

         กรรมการมหาเถรสมาคมรูปใด เห็นควรจะแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องใด ก็ให้แก้ต่อประธานคณะอนุกรรมการ

         ข้อ ๑๕ ให้คณะอนุกรรมการทำรายงาน  และบันทึกความเห็นพร้อมด้วยร่างเดิม และร่างที่แก้ไขเพิ่มเติม ยื่นต่อประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เพื่อพิจารณาในวาระที่ ๒ ต่อไป

         ข้อ ๑๖ ในการพิจารณาวาระที่ ๒ ให้ที่ประชุมพิจารณาเรียงตามลำดับข้อเว้นแต่ที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างอื่น

         ในการนี้ ประธานกรรมการมหาเถรสมาคมจะให้คณะอนุกรรมการเข้าชี้แจงประกอบ การพิจารณาด้วยก็ได้

         ข้อ ๑๗ ในการพิจารณาวาระที่ ๓ ให้ที่ประชุมพิจารณาร่างที่ได้แก้ไขแล้วนั้นว่า สมควรจะออกเป็นกฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับระเบียบ หรือคำสั่งมหาเถรสมาคมหรือไม่ถ้าที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบแล้ว  ให้ดำเนินการเพื่อใช้บังคับต่อไป

         ข้อ ๑๘ การลงมติข้อปรึกษาในการประชุมมหาเถรสมาคม ถ้าข้อปรึกษานั้นเป็นปัญหาเกี่ยวกับการตีความพระธรรมวินัย เมื่อมีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางรักษา พระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด

         ถ้าข้อปรึกษานั้น เกี่ยวกับกิจการพระศาสนา ซึ่งมิได้บัญญัติไว้ในพระธรรมวินัย ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ ถ้ามีจำนวนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมชี้ขาด หรือจะให้ระงับเรื่องนั้นไว้ก็ได้

หมวด ๓
การประชุมคณะอนุกรรมการ

         ข้อ ๑๙ การนัดประชุมคณะอนุกรรมการ ให้เป็นหน้าที่ของเลขานุการคณะอนุกรรมการ

         ข้อ ๒๐ การประชุมคณะอนุกรรมการทุกคราว ต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวน  จึงเป็นองค์ประชุม

         ข้อ ๒๑ คณะอนุกรรมการอาจนิมนต์พระภิกษุรูปใด หรือเชิญผู้ทรงคุณวุฒิใด ๆ มาชี้แจงแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่พิจารณาอยู่นั้นได้

         ข้อ ๒๒ กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้แทนกรมการศาสนา ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ  อาจเข้าฟังการประชุมของคณะกรรมการได้

ตราไว้ ณ วันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม

หมายเหตุ:-

                เหตุผลในการประกาศใช้กฎมหาเถรสมาคมฉบับนี้ คือ โดยที่มีบทบัญญัติในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ บัญญัติให้มหาเถรสมาคม มีอำนาจหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อย เพื่อการนี้ให้มีอำนาจตรากฎมหาเถรสมาคมออกข้อบังคับวางระเบียบ  หรือออกคำสั่งใช้บังคับได้

              ฉะนั้น ในการประชุมมหาเถรสมาคมเพื่อร่างกฎมหาเถรสมาคมออกข้อบังคับ วางระเบียบหรือออกคำสั่งมหาเถรสมาคม จึงนับเป็นกรณีสำคัญ สมควรตรากฎมหาเถรสมาคม ว่าด้วยระเบียบการประชุมมหาเถรสมาคมขึ้น  ตามความในมาตรา ๑๗ วรรค ๒  เพื่อให้การประชุมดังกล่าวดำเนินไปโดยเรียบร้อย.


(๑) ประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์   เล่ม   ๕๑  ภาค  ๑  ตอนที่  ๓  วันที่  ๓๑  มกราคม พ.ศ.  ๒๕๐๖