วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

สังฆาณัติ กำหนดเขตภาค พ.ศ.๒๕๐๓

สังฆาณัติ

กำหนดเขตภาค พ.ศ.๒๕๐๓ [1]

——————-

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

บัญญัติไว้ ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๐๓

—————–

        โดยที่สังฆสภาลงมติว่า สมควรกำหนดเขตภาคเสียใหม่ เพื่อสะดวกแก่การบริหารการคณะสงฆ์ ตามความในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔

        จึงมีพระบัญชาให้บัญญัติสังฆาณัติรับไว้คำแนะนำของสังฆสภา ดังต่อไปนี้

        มาตรา ๑ สังฆาณัตินี้ให้เรียกว่า “สังฆาณัติกำหนดเขตภาค พ.ศ. ๒๕๑๓”

        มาตรา ๒ ให้ใช้สังฆาณัตินี้ ถัดจากวัดประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์เป็นต้นไป

        มาตรา ๓ ตั้งแต่วันใช้สังฆาณัตินี้ ให้ยกเลิกสังฆาณัติกำหนดเขตภาค พุทธศักราช ๒๔๘๕  และสังฆาณัติกำหนดเขตภาค พุทธศักราช ๒๔๘๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๘๖ และสังฆาณัติกำหนดเขตภาค พุทธศักราช ๒๔๘๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๒ และให้ยกเลิกกฎ อาณัติสงฆ์ ข้อบังคับ และระเบียบอื่นในสังฆสภาที่มีบัญญัติไว้แล้วในสังฆาณัตินี้ หรือซึ่งแย้งกับบทสังฆาณัติแห่งสังฆาณัตินี้

        มาตรา ๔ ให้รวมจังหวัดเป็นภาค ดังนี้

              ภาค ๑ มีจังหวัดรวม ๗ จังหวัด คือ จังหวัดพระนคร จังหวัดธนบุรี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนครปฐม

              ภาค ๒ มีจังหวัด รวม ๔ จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสตูล

              ภาค ๓ มีจังหวัด รวม  ๕  จังหวัด คือ จังหวดสงขลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎ์ธานี

     ภาค ๔ มีจังหวัด รวม ๕ จังหวัด คือ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง จังหวัดกระปี่

จังหวัดพังงา และจังหวัดระนอง

              ภาค ๕  มีจังหวัดรวม ๖ จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดกาญจนบุรี

              ภาค ๖ มีจังหวัด ๖ จังหวัด คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี

              ภาค ๗ มีจังหวัดรวม ๘ จังหวัด คือ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดสุโขทัย จังหวัดจาก และจังหวัดเพชรบูรณ์

              ภาค ๘ มีจังหวัดรวม ๗ จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

              ภาค๙ มีจังหวัดรวม ๕ จังหวัด คือ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดเลย จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสกลนคร

              ภาค ๑๐ มีจังหวัดรวม ๕ จังหวัด คือ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดนครพนม

              ภาค ๑๑ มีจังหวัดรวม ๕ จังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ

              ภาค ๑๒ มีจังหวัดรวม ๗ จังหวัด คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด และจังหวัดนครนายก

        มาตรา ๕ ภาคหนึ่ง ๆ ให้มีเจ้าคณะตรวจการประจำองค์การนั้น ๆ

        มาตรา ๖ ให้เจ้าคณะตรวจการมีเลขานุการรูปละหนึ่งรูป

        มาตรา ๗ ให้เจ้าคณะตรวจการมีอำนายจหน้าที่ตามที่ได้ระบุไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์พุทธศักราช ๒๔๘๔

        มาตรา ๘ เจ้าคณะตรวจการ ให้ขึ้นตรงต่อสังฆมนตรีแห่งองค์การนั้น ๆ

        มาตรา ๙ ให้สังฆนายก รักษาการตามสังฆาณัตินี้

ผู้รับสนองพระบัญชา

สมเด็จพระมหาวีรวงค์

สังฆนายก

หมายเหตุ ได้ยินว่าให้สังฆมนตรีว่าการองค์การปกครองรักษาการทั้ง ๑๒ ภาค มิได้แต่งตั้งเจ้าคณะตรวจการประจำองค์การนั้น ๆ จนถึงยกเลิกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๕๘๔ ธ.ว.ธ.


            [1] ประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่ม ๔๙ ภาค ๒ : ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๔