วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

บทที่ ๒ พระสังฆาธิการ

บทที่  ๒

พระสังฆาธิการ

———————

        แต่เดิมมานั้น  การปกครองคณะสงฆ์  ได้ยึดหลักพระธรรมวินัยเป็นธรรมนูญการปกครอง  ได้อาศัยอำนาจรัฐและจารีตเป็นหลักอุดหนุน  กาลใดเกิดความไม่เรียบ ร้อยในคณะสงฆ์  จนเป็นเหตุขัดข้องและจำเป็นต้องพึ่งรัฐ  กาลนั้นก็ได้อาศัยอำนาจรัฐช่วยแก้ไข ดังเช่นสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช  การคณะสงฆ์และการพระศาสนาได้ดำเนินมาด้วยลักษณะอย่างนี้  และเป็นที่ยอมรับนับถือของพุทธศาสนิกทั่วไป  ตลอดจนองค์ประมุขของประเทศ  เพราะคณะสงฆ์ได้ดำเนินกิจการคณะสงฆ์และกิจการพระศาสนา เป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่ไพศาลแก่คณะสงฆ์และประเทศชาติอันเป็นส่วนรวม  ครั้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระมหากษัตริย์ทรงถวายอำนาจรัฐ   เพื่อให้จัดระบบการปกครองคณะสงฆ์ขึ้นเป็นครั้งแรก  ด้วยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์รัตนโกสินทรศก ๑๒๑  คณะสงฆ์จึงได้อาศัยอำนาจรัฐจัดการปกครองตามกฎหมายแต่นั้นมา ครั้นถึงรัชกาลที่ ๘  พระมหากษัตริย์ได้ทรงตราพระราชบัญญัติคณะสงฆ์  พุทธศักราช ๒๔๘๔ ยกเลิกพระราชบัญญัติฉบับแรก เพื่อให้จัดระบบการปกครองคณะสงฆ์ใหม่ โดยมีรูปแบบคล้ายกับการปกครองราชอาณาจักรตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และให้อำนาจบัญญัติสังฆาณัติ  ตรากติกาสงฆ์   ออกกฎองค์การเป็นต้นใช้บังคับได้ เมื่อบัญญัติสังฆาณัติระเบียบบริหารการคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค และสังฆาณัติระเบียบพระคณาธิการ ได้กำหนดนามรวมตำแหน่งผู้บริหารการคณะสงฆ์ว่า พระคณาธิการ ต่อมาในรัชกาลปัจจุบัน โปรดตราพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕  ยกเลิกฉบับที่ ๒ เสีย  และให้อำนาจตรากฎมหาเถรสมาคมเป็นต้นใช้บังคับได้  เมื่อตรา กฎมหาเถรสมาคมได้กำหนดนามรวมตำแหน่งผู้ปกครองคณะสงฆ์ว่า พระสังฆาธิการ