Get Adobe Flash player

เปรียญ

          “เปรียญ” เป็นคำที่ใช้อยู่ในวงการคณะสงฆ์ในปัจจุบันซึ่งเป็นคู่กับคำว่า “พระมหา” ขอขยายความเพื่อเป็นแนวทางการศึกษา ดังนี้

           ๑. “เปรียญ” เป็นชื่อประเภทแห่งสมณศักดิ์ซึ่งโปรดพระราชทานแก่ผู้สอบความรู้บาลีได้ แต่มิใช่เป็นเครื่องหมายสมณศักดิ์ ดังคำว่า “พระราชาคณะ” เป็นชื่อแห่งประเภทสมณศักดิ์ชั้นสูง มิใช่คำที่จะนำไปใช้นำหน้าราชทินนาม คำนำหน้าเปรียญใช้ว่า “พระมหา” เหมือนคำนำหน้าราชทินนามของพระราชาคณะว่า “พระ” เปรียญตามนัยนี้มีขึ้นเพราะการทรงตั้ง

           ๒. “เปรียญ” เป็นชื่อของวิทยฐานะทางปริยัติธรรมดังปริญญาเป็นชื่อของวุฒิทางโลก เปรียญตามนัยนี้มี ๒ แบบ คือ แบบเดิม เป็นวิทยฐานะของผู้สอบได้บาลีอย่างเดียว มิได้สอบนักธรรมด้วย ได้แก่ เปรียญสมัยก่อนเรียกกันว่า “เปรียญ” (ป.) หรือ “เปรียญบาลี” (ปบ.) แบบปัจจุบัน เป็นวิทยฐานะของผู้สอบนักธรรมเป็นพื้นฐานแล้วจึงสอบได้บาลี เรียกว่า “เปรียญธรรม” (ป.ธ.) เปรียญธรรมตามความหมายนี้ ใช้ต่อท้ายราชทินนามหรือนามเดิมของผู้สอบได้เพื่อแสดงวิทยฐานะ เช่น พระศรีกิตติเวที ป.ธ.๙ อ่านเต็มว่า “พระศรีกิตติเวที เปรียญธรรม ๙ ประโยค” หรือ “พระมหาอุดม อุตฺตโม ป.ธ.๘” อ่านเต็มว่า “พระมหาอุดม อุตฺตโม เปรียญธรรม ๘ ประโยค” และเปรียญธรรมตามนัยนี้มาพร้อมกับการสอบได้บาลี ๓ ประโยคขึ้นไป

           ๓. “พระมหา” เป็นคำที่พระราชทานให้ใช้นำหน้านามเดิมของผู้สอบได้บาลี ๓ ประโยคขึ้นไป ซึ่งได้รับการทรงตั้งเปรียญแล้ว จึงเป็นเครื่องหมายของเปรียญที่ทรงตั้งแล้วนั่นเอง เวลาทรงตั้งเรียกว่า “ทรงตั้งเปรียญ” พัดยศเรียกว่า “พัดยศเปรียญ” คำเป็นเครื่องหมายสมณศักดิ์ใช้ว่า “พระมหา” และคำว่า “พระมหา” โบราณเคยใช้นำหน้าผู้ที่ทรงโปรดเป็นพิเศษก็มี เช่น “พระมหาโต พฺรหฺมรํสี” วัดระฆังโฆสิตาราม โปรดในรัชกาลที่ ๑ เพราะเทศน์ได้ไพเราะและโปรดให้อุปสมบทเป็นนาคหลวง แต่ในปัจจุบันนี้ โปรดพระราชทานเฉพาะผู้สอบบาลีได้ ๓ ประโยคขึ้นไปอย่างเดียว รูปใดได้รับการทรงตั้งเปรียญเป็น “พระมหา” แล้ว ถ้าได้รับการตั้งให้ดำรงสมณศักดิ์อื่น ความเป็นพระมหาย่อมสิ้นสภาพไป ถ้าลาออกจากสมณศักดิ์แล้ว จะใช้คำว่า “พระมหา” อีกมิได้ หรือลาสิกขาแล้วกลับอุปสมบทใหม่ จะใช้คำว่า “พระมหา” อีกก็มิได้ แต่เพราะเปรียญธรรมซึ่งเป็นวิทยฐานะยังคงอยู่ มีสิทธิสอบประโยคสูงต่อได้

           ๔. คำว่า “เปรียญ” นั้น ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นลำดับมา เรียกว่า “บาเรียน” แบ่งเป็น ๓ ชั้น คือ บาเรียนตรี บาเรียนโท บาเรียนเอก ในรัชกาลที่ ๒ ทรงปรับปรุงเป็น “บาเรียน ๓ ประโยค” ถึง “บาเรียน ๙ ประโยค” และเทียบกันได้ บาเรียน ๓ เทียบกับบาเรียนตรี บาเรียน ๔-๕-๖ เทียบกับบาเรียนโท บาเรียน ๗-๘-๙ เทียบกับบาเรียนเอก ต่อมาถึงปลายรัชกาลที่ ๕ เปลี่ยนคำว่า “บาเรียน” เป็น “เปรียญ” คงจัดชั้นดังที่ปรับปรุงในรัชกาลที่ ๒ และได้ใช้สืบมาจนถึงในปัจจุบัน

           บาเรียน เป็นชื่อคน หมายถึง ผู้สามารถเป็นครูสอน เป็นชื่อวิทยฐานะ หมายถึง ความรู้ชั้นครูสอน เป็นชื่อสมณศักดิ์ หมายถึง สมณศักดิ์ชั้นผู้เป็นครูสอน คำนี้มีความหมายถึงความรู้และความสามารถ

           เปรียญ เป็นชื่อคน หมายถึง ผู้รู้รอบ เป็นชื่อวิทยฐานะ หมายถึง ความรู้รอบ เป็นชื่อสมณศักดิ์ หมายถึง สมณศักดิ์ชั้นผู้มีความรู้รอบ คำนี้หมายถึง “รู้ดี” อย่างเดียว มิได้หมายถึงความสามารถด้วย

           ๕. การทรงตั้งเปรียญ ในปัจจุบันนี้ เฉพาะผู้สอบได้บาลี ๓ ประโยค ทรงพระราชทานให้สมเด็จพระสังฆราชทรงตั้ง โดยประทานประกาศนียบัตรพัดยศชื่อว่าทรงตั้งแล้ว ผู้ได้รับการทรงตั้งเปรียญแล้วใช้คำว่า “พระมหา” นำหน้านามเดิม เคยทรงตั้งในวันแรม ๗ ค่ำ เดือน ๖ แต่มิได้กำหนดแน่นอน ส่วนผู้สอบได้บาลี ๖ ประโยค และ ๙ ประโยค ทรงเสด็จพระราชทานประกาศนียบัตรพัดยศและไตรจีวรเอง โดยปกติกำหนดวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ของทุกปี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

 

 

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

สถิติผู้เยี่ยมชม

002147660
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
811
1552
6397
9463
33483
42652
2147660

Forecast Today
8568

12.93%
22.58%
3.76%
3.27%
0.02%
57.43%
Online (15 minutes ago):142

Your IP:54.81.42.111

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 142 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.