Get Adobe Flash player

ภาค ๗

ข้อความเบ็ดเตล็ด

--------------

ลักษณะ ๑

การบังคับตามคำวินิจฉัย

        มาตรา ๑๖๐ ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๑๖๑ และ ๑๖๒ แห่งประมวลนี้ เมื่ออธิกรณ์ถึงที่สุดแล้ว ให้บังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยโดยมิชักช้า

        คณะวินัยธรชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งคำวินิจฉัยที่ให้ลงโทษให้สึกไปยังคณะวินัยธรชั้นอุทธรณ์ ในเมื่อไม่มีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยนั้น และคำวินิจฉัยเช่นว่านี้จะยังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่คณะวินัยธรชั้นอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยยืน

        มาตรา ๑๖๑ คณะวินัยธรมีอำนาจสั่งให้รอการบังคับอธิกรณ์ไว้ก่อน จนกว่าเหตุอันสมควรรอจะหมดไป ในกรณีดังต่อไปนี้

             (๑) เมื่อจำเลยอาพาธหนัก

             (๒) เมื่อจำเลยวิกลจริต

             (๓) เมื่อเกรงว่าจำเลยจะถึงอันตรายแก่ชีวิต ถ้าต้องถูกลงโทษเช่นนั้น

             (๔) เมื่อจะเกิดความไม่สงบ

        ในระหว่างรอการบังคับอยู่นั้น ให้คณะวินัยธรสั่งเจ้าอาวาส เจ้าคณะฝ่ายบริหาร จัดให้จำเลยดังกล่าวแล้วนั้นอยู่ในสถานที่อันสมควร

        มาตรา ๑๖๒ อธิกรณ์ที่จำเลยต้องถูกสึก ห้ามมิให้บังคับตามคำวินิจฉัย จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลนี้อันว่าด้วยอภัยโทษ

 

ลักษณะ ๒

อภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา และลดโทษ

        มาตรา ๑๖๓ ผู้ต้องคำวินิจฉัยให้รับทัณฑกรรมที่มิใช่ความผิดทางพระวินัยโดยส่วนเดียว หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่ออธิกรณ์ถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะถวายเรื่องราวต่อสมเด็จพระสังฆราชขอประทานอภัยโทษ ให้ยื่นต่อสังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง

        มาตรา ๑๖๔ ผู้ถวายเรื่องราวซึ่งต้องถูกกักตัวอยู่ จะยื่นต่อเจ้าอาวาสที่ตนถูกกักนั้นก็ได้ แล้วให้เจ้าอาวาสรีบส่งเรื่องราวนั้นไปยังสังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง

        มาตรา ๑๖๕ สังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง มีหน้าที่ถวายเรื่องราวต่อสมเด็จพระสังฆราช พร้อมทั้งถวายความเห็นว่า ควรจะประทานอภัยโทษหรือไม่

        ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดถวายเรื่องราว ถ้าสังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง เห็นเป็นการสมควรจะถวายคำแนะนำต่อสมเด็จพระสังฆราช ขอประทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องคำวินิจฉัย ก็ทำได้

        ในการถวายความเห็นหรือถวายคำแนะนำต่อสมเด็จพระสังฆราชดังกล่าวนั้น ย่อมกระทำได้โดยความเห็นขอบของคณะสังฆมนตรี

        มาตรา ๑๖๖ เรื่องราวขอประทานอภัยโทษทุกกรณี ถ้าถูกยกเลิกแล้ว จะยื่นอีกไม่ได้

        มาตรา ๑๖๗ เหตุที่มีเรื่องราวขอประทานอภัยโทษ ในโทษอย่างอื่นนอกจากโทษให้สึก ไม่เป็นผลให้รอการลงโทษนั้น

        ในกรณีที่มีการอภัยโทษโดยไม่มีเงื่อนไข ห้ามมิให้บังคับโทษนั้น ถ้าบังคับโทษไปบ้างแล้ว ให้หยุดทันที

        ถ้าการอภัยโทษเพียงเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา หรือลดโทษ โทษที่เหลืออยู่ก็ให้บังคับไปได้

        แต่การได้รับประทานอภัยโทษนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับพ้นจากความรับผิดในการต้องคืนหรือใช้มูลค่าทรัพย์สิน หรือต้องรับสำนองตามคำวินิจฉัย

        มาตรา ๑๖๘ เมื่อผู้ได้รับประทานอภัยโทษเนื่องจากการกระทำผิดอย่างหนึ่ง ถูกฟ้องว่ากระทำผิดอีกอย่างหนึ่ง การอภัยโทษนั้น ย่อมไม่ตัดอำนาจคณะวินิจฉัยที่จะเพิ่มโทษหรือลงโทษฐานไม่เข็ดหลาบ

        มาตรา ๑๖๙ การยื่นเรื่องราวขอประทานอภัยโทษนั้น ต้องทำภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้ฟังคำวินิจฉัยของคณะวินัยธรชั้นสูงสุด แต่ในอธิกรณ์ที่จำเลยต้องคำวินิจฉัยให้สึกและไม่มีสิทธิที่จะฎีกา ย่อมทำได้ภายในกำหนดนั้น นับแต่วันที่ได้ฟังคำวินิจฉัยเด็ดขาดแล้ว

        จำเดิมแต่วันยื่นเรื่องราวขอประทานอภัยโทษนั้นไป ให้ดำเนินการขอประทานอภัยโทษให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน เมื่อเกินนั้นแล้ว ให้คณะวินัยธรบังคับอธิกรณ์นั้นให้เป็นไปตามคำวินิจฉัย โดยไม่ต้องรอฟังเรื่องการขอประทานอภัยโทษนั้น

        มาตรา ๑๗๐ ทัณฑกรรมที่คณะวินัยธรวินิจฉัยลงโทษแก่ผู้กระทำผิดให้สึกและห้ามอุปสมบทนั้น ห้ามมิให้ยื่นเรื่องราวขอประทานอภัยโทษ ให้บังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยทันที ในเมื่ออธิกรณ์ถึงที่สุดแล้ว

        มาตรา ๑๗๑ บทบัญญัติในลักษณะนี้ แห่งประมวลนี้ ให้นำมาบังคับใช้โดยอนุโลมแก่เรื่องราวขอประทานเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา หรือลดโทษ แล้วแต่กรณี

       

ลักษณะ ๓

ค่าพาหนะและค่าใช้สอย

        มาตรา ๑๗๒ ในอธิกรณ์ฝ่ายสงฆ์ย่อมไม่มีค่าทำเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น

        มาตรา ๑๗๓ ในอธิกรณ์ที่พระธรรมธรเป็นโจทก์ในนามของสงฆ์ ถ้าพยานโจทก์ต้องเสียค่าพาหนะ ให้เบิกได้ตามที่จ่ายไปจริง ไม่เกินสมควร

        ในกรณีที่เจ้าอาวาส เจ้าคณะฝ่ายบริหาร ต้องเป็นจำเลยในนามของคณะสงฆ์ ถ้าพยานจำเลยต้องเสียค่าพาหนะ ก็ให้เบิกได้ตามที่จ่ายไปจริงไม่เกินสมควร

        มาตรา ๑๗๔ ในกรณีที่เจ้าอาวาส เจ้าคณะฝ่ายบริหาร ต้องเป็นจำเลยในนามของคณะสงฆ์ หรือในกรณีที่เจ้าอาวาส เจ้าคณะฝ่ายบริหาร พระธรรมธร คณะวินัยธร หรือการกสงฆ์ ดำเนินอธิกรณ์ในคณะสงฆ์ ต้องเสียค่าใช้สอย ให้ตั้งไวยาวัจกรเบิกจ่ายได้ตามที่จ่ายไปจริงไม่เกินสมควร

        มาตรา ๑๗๕ การเบิกจ่ายนั้น ให้ปฏิบัติตามระเบียบการเบิกจ่ายของกรมการศาสนา

วิทยาพระสังฆาธิการ ๑

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๒

สถิติผู้เยี่ยมชม

002419584
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
508
1563
5559
14511
23733
64581
2419584

Forecast Today
1992

13.99%
23.16%
4.39%
2.88%
0.02%
55.55%
Online (15 minutes ago):54

Your IP:54.145.51.250

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 54 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.