Get Adobe Flash player

ตอนที่ ๔

การให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ที่กัลปนา

หรือที่ดินที่กันไว้เป็นที่จัดประโยชน์

 

ตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์มาตรา  ๓๓      กำหนดที่ดินซึ่งเป็นสมบัติ

ของวัดและที่วัดจะได้เฉพาะผลประโยชน์ไว้ ๓ ประเภท  ดังบทบัญญัติว่า

          มาตรา ๓๓  ที่วัดและที่ซึ่งขึ้นต่อวัด  มีดังนี้

                   (ที่วัด                    คือที่ซึ่งตั้งวัดตลอดจนเขตของวัดนั้น

                   () ที่ธรณีสงฆ์  คือที่ซึ่งเป็นสมบัติของวัด

                   () ที่กัลปนา     คือที่ซึ่งมีผู้อุทิศแต่ผลประโยชน์ให้วัดหรือพระศาสนา

          เฉพาะที่วัดต้องกันไว้เป็นที่จัดประโยชน์ก่อนจึงจะให้เช่าได้  ส่วนที่ธรณีสงฆ์และที่กัลปนา ให้เช่าได้ตามปกติ  แต่การให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนาหรือที่วัดที่กันไว้จัดประโยชน์  วัดจะกระทำได้ภายในเงื่อนไขตามกฎกระทรวงข้อ ๔ ซึ่งมีความว่า การให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา หรือที่วัดที่กันไว้จัดประโยชน์ที่มีกำหนดระยะเวลาเกิน ๓ ปี  จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากกรมการศาสนา

          วิธีการให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ที่กัลปนาหรือที่วัดที่กันไว้เป็นที่จัดประโยชน์นั้น วัดจะ ต้องทำสัญญาเป็นข้อผูกพันกับผู้เช่าอย่างมั่นคง และสัญญานั้นมี ๒ อย่าง คือ

(๑) สัญญานานปี     หมายถึง สัญญาที่มีข้อผูกพันต่อกันเกิน ๓ ปี

(๒) สัญญาธรรมดา หมายถึงสัญญาที่มีข้อผูกพันระยะสั้นคือไม่เกิน ๓ ปี

          ในการทำสัญญาธรรมดา  วัดอาจทำได้เอง  แต่ในทางปฏิบัติควรให้ผู้มีความรู้ทางกฎหมายเป็นที่ปรึกษาตรวจสอบร่างสัญญาก่อน เมื่อเห็นว่าไม่เสียเปรียบผู้เช่าแล้ว จึงลงนามในสัญญา

          สำหรับสัญญานานปี วัดจะต้องส่งร่างสัญญาพร้อมทั้งเอกสารการเช่าอื่น ให้กรมการศาสนาตรวจสอบและให้ความเห็นชอบ โดยให้ปฏิบัติดังนี้

๑)  ให้จัดทำรายงานขอรับความเห็นชอบในการทำสัญญาเช่านานปี  เสนอ

ต่อเจ้าคณะตามลำดับและผ่านทางราชการจนถึงกรมการศาสนา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

๒)  ให้จัดส่งเอกสารเกี่ยวกับการนี้ไปประกอบการพิจารณา คือ

                                    ()  หนังสือแสดงเหตุผลในการให้เช่าที่ดิน

                                    ()  แผนผังวัดฉบับสำเนา ๒ แผ่น แสดงที่ที่จะให้เช่า

                                    ()  ร่างสัญญาเช่าพร้อมด้วยเอกสารแนบท้ายสัญญา

๓)  เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงลงนามในสัญญาได้

๔)  เมื่อได้ทำสัญญาเช่าแล้วให้นำสัญญาเช่านั้นไปขอจดทะเบียน

             (ก) ถ้าที่ดินแปลงนั้นมีโฉนด ไปจด ณ สำนักงานศึกษาธิกจังหวัด

           () ถ้าที่ดินแปลงนั้นไม่มีโฉนด ไปจด ณ สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ

           () ให้นำหลักฐานการให้ความเห็นชอบไปแสดงด้วย

๕)  ในระหว่างรอทำสัญญา

            (ก)  ห้ามมิให้วัดรับเงินหรือสิ่งตอบแทนใด ๆ จากผู้ขอเช่า

            (ข)  ห้ามมิให้ผู้ขอเช่าเข้าไปปลูกสร้างสิ่งใด ๆ โดยเด็ดขาด

 

 

วิทยาพระสังฆาธิการ ๒

ตำรากวีนิพนธ์

ตำรากวีนิพนธ์

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

วิทยาพระสังฆาธิการ เล่ม ๑

สถิติผู้เยี่ยมชม

002299806
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
ทั้งหมด
284
2363
4914
20919
45465
88934
2299806

Forecast Today
2856

14.34%
22.24%
4.61%
3.05%
0.02%
55.74%
Online (15 minutes ago):43

Your IP:54.166.232.243

ผู้ออนไลน์อยู่ขณะนี้

มีสาธุชน 43 ท่าน ออนไลน์

วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐

โทร. ๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗ แฟกซ์.๐-๒๔๗๒-๘๑๔๗

------------------------------------------------------

Copyright © 2012, Wat Molilokayaram. All Rights Reserved.