วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๖)

กฎมหาเถรสมาคม

ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๐๖)(๑)

ว่าด้วยจำนวนและเขตปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค

—————————-

         อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ และมาตรา ๒๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ มหาเถรสมาคมตรากฎหมายมหาเถรสมาคมไว้   ดังต่อไปนี้

         ข้อ ๑ กฎมหาเถรสมาคมนี้ เรียกว่า “กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๓ (พ.ศ.  ๒๕๐๖) ว่าด้วยจำนวนและเขตปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค”

         ข้อ ๒ กฎมหาเถรสมาคมนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์  เป็นต้นไป

         ข้อ ๓ ตั้งแต่วันใช้กฎมหาเถรสมาคมนี้  ให้ยกเลิกบรรดา สังฆาณัติ  กติกาสงฆ์ กฎองค์การ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ข้อบังคับ และระเบียบเกี่ยวกับคณะสงฆ์ที่มีบัญญัติไว้แล้วในกฎมหาเถรสมาคมนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งกฎมหาเถรสมาคมนี้

         ข้อ ๔ ให้มีจำนวนภาค ๑๘ ภาค และให้รวมเขตปกครองจังหวัดต่าง ๆ เป็นเขตปกครองภาค  ดังต่อไปนี้

              ภาค ๑ มีจังหวัด ๕ จังหวัด คือ จังหวัดพระนคร จังหวัดธนบุรี จังหวัดนนทบุรี  จังหวัดปทุมธานี  และจังหวัดสมุทรปราการ

              ภาค ๒ มีจังหวัด ๓ จังหวัด คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสระบุรี

              ภาค ๓ มีจังหวัด ๔ จังหวัด คือ จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท  และจังหวัดอุทัยธานี

              ภาค ๔ มีจังหวัด ๔ จังหวัด  คือ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร  และจังหวัดเพชรบูรณ์

              ภาค ๕ มีจังหวัด ๔ จังหวัด คือ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก  และจังหวัดอุตรดิตถ์

              ภาค ๖ มีจังหวัด ๔ จังหวัด คือ จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่  และจังหวัดน่าน

              ภาค ๗ มีจังหวัด ๓ จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

              ภาค ๘ มีจังหวัด ๔ จังหวัด คือ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดเลย และจังหวัดสกลนคร

              ภาค ๙ มีจังหวัด ๔ จังหวัด คือ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดร้อยเอ็ด

              ภาค ๑๐ มีจังหวัด ๔ จังหวัด คือ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดนครพนม

              ภาค ๑๑ มีจังหวัด ๓ จังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดบุรีรัมย์

              ภาค ๑๒ มีจังหวัด ๓ จังหวัด คือ จังหวัดปราจีนบุรี  จังหวัดนครนายก และจังหวัดฉะเชิงเทรา

              ภาค ๑๓ มีจังหวัด ๔ จังหวัด คือ จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด

              ภาค ๑๔  มีจังหวัด ๔ จังหวัด คือ  จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี   และจังหวัดสมุทรสาคร

              ภาค ๑๕ มีจังหวัด ๔ จังหวัด คือ จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

              ภาค ๑๖ มีจังหวัด ๓ จังหวัด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี  และจังหวัดชุมพร

              ภาค ๑๗ มีจังหวัด ๕ จังหวัด คือ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง จังหวัดพังงาจังหวัดกระบี่   และจังหวัดระนอง

              ภาค ๑๘ มีจังหวัด ๖ จังหวัด คือ จังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูลจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส

         ข้อ ๕ จำนวนและเขตปกครองจังหวัดก็ดี จำนวนและเขตปกครองอำเภอก็ดีจำนวนและเขตปกครองตำบลก็ดี ให้อนุโลมตามจำนวนและเขตปกครองของจังหวัดอำเภอ หรือตำบลแห่งราชอาณาจักร แต่เมื่อมีกรณีพิเศษจะกำหนดให้เป็นอย่างอื่น ย่อมทำได้โดยระเบียบมหาเถรสมาคม

ตราไว้ ณ วันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๖

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ

สมเด็จพระสังฆราช  ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม

หมายเหตุ:-

              เหตุผลในการประกาศใช้กฎมหาเถรสมาคมฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๒๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕  บัญญัติให้มหาเถรสมาคมมีอำนาจกำหนดจำนาวนและเขตปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค   โดยกฎมหาเถรสมาคม

              ในเรื่องจำนวนและเขตปกครองของภาค ควรแบ่งออกเป็น ๑๘ ภาค เนื่องจากเจ้าคณะภาคต้องรับภารกิจในหน้าที่อย่างกว้างขวาง จึงสมควรแบ่งเขตปกครองภาค ตามความเหมาะสมแก่ปริมาณวัดในภาคนั้น ๆ

              ส่วนจำนวนและเขตปกครองของจังหวัด อำเภอ และตำบล ควรให้อนุโลมตามจำนวนและเขตของจังหวัด อำเภอ หรือตำแหน่งราชอาณาจักร  หากจะต้องกำหนดให้เป็นอย่างอื่น ควรให้กระทำได้โดยระเบียบมหาเถรสมาคม.


            (๑) ประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์  เล่ม ๕๑  ภาค ๖  ตอนที่ ๑  วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๐๖

Hits: 177