วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร

ตอนที่ ๗ วิธีขอสมณศักดิ์ และขอเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ

ตอนที่ ๗

วิธีขอสมณศักดิ์

และขอเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ

——————–

        การพระราชทานสมณศักดิ์แก่พระสงฆ์นั้น   แต่เดิมมาคณะสงฆ์มิได้ขอรับพระ ราชทานเอง องค์พระมหากษัตริย์ทรงทราบกิตติคุณของพระเถระรูปใดด้วยพระเนตรพระกรรณ ทรงเห็นว่าควรแก่การยกย่อง ก็ทรงพระราชทานแก่รูปนั้น แต่ถ้าเป็นพระสงฆ์ในส่วนภูมิภาค ก็ทรงพิจารณาความดีความชอบทางเสนาบดีกระทรวงธรรมการและเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เริ่มแต่เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณ-วโรรส ทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายกเป็นต้นมา  สมเด็จพระสังฆราชได้ทรงมีส่วนในการพิจารณาพอสมควร    และเริ่มแต่เมื่อใช้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์  ๒๔๘๔ เป็นต้นมา การพิจารณาความดีความชอบดังกล่าว ได้ตกเป็นภาระของคณะสงฆ์ นอก จากตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชและสมเด็จพระราชาคณะเท่านั้น ซึ่งทางราชการต้องเป็นภาระในการพิจารณาหรือร่วมพิจารณา    ทั้งนี้  เพราะการปกครองคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ และตามกฎหมายปัจจุบัน เป็นภาระของคณะสงฆ์ คณะสงฆ์ย่อมใกล้ชิดและทราบความเหมาะสมของพระสงฆ์ได้ดี ทั้งเพราะสมณศักดิ์เป็นอุปกรณ์การปกครองคณะสงฆ์ที่สำคัญยิ่ง  การที่คณะสงฆ์รับภาระย่อมมีโอกาสยกย่องพระภิกษุได้อย่างเหมาะสม   และการขอนั้นกำหนดเป็น  ๓   คือ.-

        ๑)  ขอพระราชทานสมณศักดิ์                                                             

        ๒)  ขอประทานเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ

        ๓)  ขอประทานประทวนสมณศักดิ์

        การขอสมณศักดิ์ชั้นพระครูสัญญาบัตร ให้แก่พระสังฆาธิการตำแหน่งใด ๆ  การขอสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นสามัญ การขอเลื่อนพระราชาคณะชั้นสามัญเป็นต้น ให้มีสมณศักดิ์ชั้นสูงขึ้นและการขอสถาปนาสมณศักดิ์ เรียกว่า ขอพระราชทานสมณศักดิ์

        การขอเลื่อนพระครูสัญญาบัตรชั้นต่ำให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นสูง เช่น  ขอเลื่อนพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นตรี เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นโท เรียกว่า ขอประทานเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ

        การขอตั้งพระสังฆาธิการ ซึ่งเป็นกรรมการศึกษาหรือเป็นผู้อุปถัมภ์โรงเรียนประชาบาลเป็นพระครูในนามเดิม  เรียกว่า ขอประทานประทวนสมณศักดิ์

        วิธีขอพระราชทานสมณศักดิ์ นั้น  เท่าที่ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน  พระสังฆาธิการผู้ปกครองคณะสงฆ์หรือเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ เป็นผู้ริเริ่มการในการขอพระสังฆาธิการในบังคับบัญชาของตน โดยสั่งให้รูปที่จะขอทำประวัติตามแบบฟอร์มตรวจรับรองแล้วเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาตามลำดับ เพื่อคณะอนุกรรมการของแต่ละฝ่ายพิจารณาชั้นหนึ่งก่อนแล้วนำเสนอพิจารณาในมหาเถรสมาคม จากนั้นมอบเรื่องราวให้ทางราชการ เพื่อดำเนินการอื่นและนำความกราบบังคมทูล

        วิธีขอประทานเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ นั้น   ในขั้นต้นจนถึงมหาเถรสมาคมพิจารณา ดำเนินการอย่างเดียวกันกับการขอพระราชทานสมณศักดิ์ เมื่อพิจารณาในมหาเถรสมาคมแล้ว  มหาเถรสมาคมจะประกาศเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการในวันพระราช-พิธีเฉลิมพระชนมพรรษา

        วิธีขอประทานประทวนสมณศักดิ์   นั้น    ครูใหญ่โรงเรียนประชาบาลที่พระ สังฆาธิการรูปนั้น เป็นกรรมการศึกษาหรือเป็นผู้อุปถัมภ์อยู่เป็นผู้ทำเรื่องราวชั้นต้น และต้องผ่านการพิจารณาทั้งฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายราชอาณาจักร  (อำเภอ-จังหวัด)   เมื่อเจ้าคณะภาคและเจ้าคณะใหญ่พิจารณาแล้ว     กรมการศาสนานำขึ้นทูลถวายสมเด็จพระสังฆราช และทรงตั้งในวันพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา

        วิธีขอดังกล่าวนี้   มีข้อที่ควรศึกษาเพื่อการปฏิบัติดังนี้.-

        ๑. การจัดทำประวัติ  ให้จัดทำตามแบบฟอร์มซึ่งจัดเป็นตัวอย่างตามความเป็นจริง รายการในแบบฟอร์มไม่พอให้เพิ่มเข้า รายการพระภิกษุจำพรรษาและรายการงานการศึกษาให้แสดงย้อนหลัง ๓ พ.ศ. อย่าแสดง พ.ศ.เดียวและต้องแสดงให้ชัดเจน จัดทำประวัติให้อ่านง่าย ใช้ถ้อยคำกะทัดรัดและสละสลวย รายงานก่อสร้างพ.ศ.ใด สร้างอะไร ที่ไหน ขนาดและทรวดทรงเป็นลักษณะอย่างไร สิ้นเงินเท่าใด บอกให้แจ้งชัด

        ๒. การรับรองประวัติ ผู้บังคับบัญชาต้องตรวจรายการในประวัติทุกรายการ เห็นว่าถูกต้องจึงลงนาม หากบกพร่องสั่งให้แก้ไขจนถูกต้อง

        ๓.  การทำและการรับรองประวัตินั้น ต้องให้ตรงกับที่เป็นจริง    หากรายการในประวัติเกินกว่าความเป็นจริง ย่อมเป็นการรายงานและรับรองรายงานเท็จ ทั้งเจ้าของประวัติและทั้งผู้รับรองย่อมมีความผิด ฐานรายงานและรับรองรายงานเท็จ

        ๔.  การลงรายการราชทินนามและขอเลื่อนชั้น  เป็นหน้าที่ของเจ้าคณะจังหวัด

          ๕. หนังสือขอพระราชทานสมณศักดิ์และหนังสือขอประทานเลื่อนชั้นพระสังฆาธิการ ต้องแยกเป็นชนิดละเรื่อง อย่ารวมเป็นเรื่องเดียวกัน

        ๖.  ต้องส่งเรื่องราวตามกำหนดเวลา คือ.-

                (๑)  ส่งถึงเจ้าคณะจังหวัด ภายในวันที่  ๓๐  มิถุนายน

                   ()  ส่งถึงเจ้าคณะภาค    ภายในวันที่  ๑๕  กรกฎาคม

                   ()  ส่งถึงเจ้าคณะใหญ่    ภายในวันที่  ๓๑  กรกฎาคม

Hits: 2487